เคล็ดลับการลดน้ำหนักที่คุณคาดไม่ถึง

เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนคงทราบกันดีว่า การลดน้ำหนักให้ได้ผลดีนั้น ไม่ควรอดอาหาร เพราะมันจะทำให้คุณหิวและจะทานอาหารเพิ่มมากขึ้นในมื้อต่อไป และคุณจะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับในการลดน้ำหนักที่คุณหลายๆ คนยังไม่ทราบมาบอกเล่ากันค่ะ ไปดูกันเลยกว่าว่ามีอะไรบ้าง

9

  1. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ หากคุณพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ อาจจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนเลปติน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร ดังนั้น อาจทำให้คุณยับยั้งชั่งใจในการรับประทานไม่อยู่และอ้วนขึ้นได้ นอกจากนี้หากคุณนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้วก็สามารถช่วยให้ร่างกายกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปจากร่างกายได้ดีเช่นกัน
  2. หลีกเลี่ยงน้ำตาลและเกลือ จอมวายร้ายทำลายการลดน้ำหนัก เนื่องจาก น้ำตาล เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณมีปัญหาเรื่องของน้ำหนักตัวค่ะเพราะฉะนั้นบรรดาของหวานทั้งหลาย เช่น ลูกอม น้ำอัดลม เค้กต่างๆ งดเสียเลยนะคะ ส่วนเกลือนั้น คุณควรได้รับโซเดียมวันละไม่เกิน 1 ช้อนชาเท่านั้นค่ะ แต่เกลือหรือโซเดียมที่ผสมอยู่ในขนมต่างๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ต่างๆ รวมทั้งน้ำซุปที่ทานเข้าไปในแต่ละวันล้วนเกินปริมาณที่กำหนด จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพตามมามากมายอีกด้วยค่ะ
  3. โปรตีนเป็นตัวช่วยที่ดี ในการลดความอ้วน คุณควรทานอาหารที่มีโปรตีนผสมอยู่ด้วย เพราะโปรตีนจะช่วยคงสภาพกล้ามเนื้อ และกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นค่ะ โดยโปรตีนที่แนะนำก็เป็น อาหารจำพวก ถั่ว นม โยเกิร์ตนั่นเองค่ะ

การที่คุณจะลดน้ำหนักให้ได้ผลดีนั้น ควรทำอย่างสม่ำเสมอ จนติดเป็นนิสัยแล้วจะทำให้คุณไม่กลับมาอ้วนอีกต่อไปด้วยค่ะ

ข้อควรปฏิบัติ ถ้าอยากลดน้ำหนักอย่างได้ผล

ปัจจุบันมีวิธีลดน้ำหนักมากมายให้คุณเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นสูตรอาหารลดน้ำหนัก การควบคุมและจำกัดปริมาณการกินอาหาร ยาลดน้ำหนัก อาหารเสริมรูปแบบต่างๆ  ซึ่งในบางครั้งก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง หรือลดน้ำหนักได้จริงแต่ก็กลับมาอ้วนอีกในเวลาอันรวดเร็ว หรืออาจกลับมาอ้วนมากกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ วันนี้เราจึงเลือกวิธีปฏิบัติง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักอย่างได้ผลและยั่งยืนมาฝากกันค่ะ

8

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย คุณควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินให้คุณได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ แถมการดื่มน้ำก่อนการกินอาหารยังช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้นด้วยจึงทำให้กินอาหารได้น้อยลง และน้ำหนักของคุณก็จะค่อยๆ ลดลงตามไปนั่นเองค่ะ
  2. รับประทานผักสดและผลไม้มากๆ อย่าละเลยการกินผักสดและผลไม้อย่างเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะ ผักและผลไม้ มีเส้นใย และสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณและไม่ทำให้อ้วนอีกด้วยค่ะ
  3. หลีกเลี่ยงอาหารทอดและเนื้อติดมัน อาหารประเภททอดอย่างที่เรารู้ๆ กันว่าจะมาพร้อมกับน้ำมันที่จะทำให้คุณอ้วนขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ เช่นเดียวกับอาหารเนื้อสัตว์ที่ติดมัน เช่น กุนเชียง หมูสามชั้นทอดกรอบ หนังไก่ กากหมู ซึ่งเป็นการเพิ่มไขมันให้กับร่างกายทั้งนั้นเลยค่ะ
  4. หลีกเลี่ยงไข่แดง ในช่วงที่คุณกำลังลดน้ำหนักควรเลือกกินเฉพาะไข่ขาว เพราะไข่แดงจะอุดมไปด้วยคอเลสเตอรอลที่เป็นบ่อเกิดของโรคหัวใจ และโรคอ้วน แต่ในไข่ขาวนั้น ไม่มีคอเลสเตอรอล ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการกินไข่แดง หรือกินในปริมาณที่น้อยลง และหันมากินไข่ขาวแทน นอกจากนี้หากวันไหนที่คุณกินไข่มากๆ ก็ควรงดการกินอาหารที่ให้ไขมันสูงในมื้อนั้นด้วย

นี่ก็เป็นวิธีลดน้ำหนักที่คุณควรปฏิบัติในช่วงของการลดน้ำหนัก หรือการควบคุมน้ำหนัก  และควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยเพื่อให้การลดน้ำหนักของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

การลดน้ำหนักกับการเลือกกินผลไม้

7

เวลาที่สาวๆ อยากจะมีหุ่นส่วน ผอมเพรียว การอดอาหารแล้วหันมารับประทานแต่ผลไม้ นับเป็นวิธีแสนเบสิกๆ ค่ะ ที่ใครหลายๆ คนที่ต้องการลดน้ำหนักต่างก็เลือกใช้กันมาช้านาน แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ผลไม้ที่แสนจะอร่อยและมีประโยชน์ก็สามารถสร้างความปวดใจให้กับน้ำหนักตัวของคุณได้ด้วย

สำหรับโปรแกรมการลดน้ำหนัก ที่คุณทั้งหลายเลือกรับประทานผลไม้แทนอาหาร ใช่ว่าจะได้ผล 100 % นะคะ เพราะผลไม้บางชนิด นอกจากจะไม่ช่วยให้คุณอิ่มท้องแล้ว ยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวคุณเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากในผลไม้บางชนิดมีความหวานค่อนข้างมาก และความหวานนี้จะให้พลังงานแก่ร่างกายก็จริง แต่ถ้าหวานมากไปร่างกายก็จะเปลี่ยนพลังงานให้เป็นไขมันสะสมอยู่ในร่างกายของเราค่ะ และนั่นจะก่อให้เกิดโรคอ้วนลงพุงนั่งเองค่ะ เราสามารถเปรียบเทียบให้คุณเห็นภาพอย่างง่ายๆ เช่น การทานมะม่วงสุก 3 ลูก จะเทียบเท่ากับการทานข้าวขาหมู 1 จาน หรือถ้าเปลี่ยนจากข้าวมาเป็นผลไม้อย่างเช่น ฝรั่ง หรือมะม่วง ก็เท่ากับรับประทานแป้งเหมือนเดิมอีก แต่มีน้ำตาลมากกว่า ยิ่งไม่รับประทานข้าวซึ่งเป็นโปรตีนและผักที่เป็นไฟเบอร์เลย ร่างกายก็จะเปลี่ยนแป้ง และน้ำตาลในผลไม้ ให้เป็นไขมันสะสมอยู่ดี ดังนั้นก่อนจะลดน้ำหนักด้วยผลไม้จึงควรศึกษาให้ละเอียดก่อนว่าผลไม้ชนิดไหนมีประโยชน์ในการลดน้ำหนักของคุณได้ดีนะคะ

นอกจากนี้แล้ว การที่บางคนเลือกดื่มน้ำผลไม้แทน  แม้จะไม่ได้ใส่น้ำตาลก็ตามแต่  เพียงแค่น้ำตาลที่ได้จากธรรมชาติของผลไม้นั้นๆ ซึ่งถ้าดื่มแล้วไม่ออกกำลังกายเผาผลาญทิ้งไปแล้วละก็ อาจทำให้อ้วนมากกว่าการดื่มนมจืดขาดมันเนยเสียอีกค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วคุณควรเลือกที่จะทานผลไม้ให้ถูกด้วยนะคะ

 

หากใครกำลังมองหาของรับไหว้หรือของรับไหว้ผู้ใหญ่ เรามีพร้อมส่ง คลิกเลยจร้า

ของรับไหว้

ทำความเข้าใจในการลดต้นขา

ปัญหาเรื่องต้นขาใหญ่ ถือเป็นปัญหาที่ทำให้สาวๆ เกิดความไม่มั่นใจและเป็นกังวลในการใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นที่ต้องโชว์เรียวขา ยิ่งอายุมากขึ้นมันก็ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกับผู้หญิง เพราะธรรมชาตินั้นผู้หญิงจะมีไขมันสะสมอยู่ที่ช่วงล่างของร่างกายมากว่าส่วนอื่นๆ อยู่แล้ว คุณรู้หรือไม่ว่ากรรมพันธุ์หรือยีน ก็มีส่วนที่จะทำให้ต้นขาของคุณใหญ่ได้เช่นกันค่ะ เพราะถ้าคนในครอบครัวมีโครงสร้างใหญ่ เช่น กระดูกใหญ่ สะโพกใหญ่ แน่นอนว่าต้นขาของคุณก็จะต้องใหญ่ตามไปเป็นเรื่องปกติค่ะ

6

ความจริงของการลดต้นขา

  1. สิ่งที่สำคัญของการลดต้นขา คือ เรื่องของการรับประทานอาหาร คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดเท่านั้น และงดการรับประทานอาหารจำพวกฟาสต์ฟู้ด ที่มีแป้งและไขมันเป็นส่วนประกอบเยอะ
  2. หากคุณมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ควรจะลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดปริมาณไขมันไม่ให้ไปสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  3. คุณต้องยอมรับกับตัวเองว่า โดยธรรมชาติของคนเรานั้นแต่ละคนจะมีโครงสร้างของร่างกายที่ไม่เหมือนกัน การที่คุณจะผอมเพรียว มีขาเล็กเรียวเหมือนผู้หญิงบางคน คงทำไม่ได้ เพราะถ้าหากคุณเป็นคนที่มีโครงสร้างร่างกายใหญ่อยู่แล้ว ทางที่ดี คุณควรปรับตัวเอง และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ คุณก็จะมีรูปร่างที่สมส่วนขึ้น
  4. การลดน้ำหนักจะช่วยให้ไขมันที่สะสมบริเวณต้นขาและสะโพกลดลงตามไปด้วย ดังนั้น คุณควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และต้องตั้งใจที่จะลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักจริงๆ
  5. การออกกำลังกายสามารถทำให้คุณมีรูปร่างดี สมสัดส่วนได้ และยังช่วยให้คุณมีกล้ามเนื้อแข็งแรง กระชับขึ้น แต่ก็ไม่สามารถลดไขมันออกไปจากต้นขาได้

การลดต้นขาด้วยท่าออกกำลังกาย

5

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีที่สุดของการลดน้ำหนัก และลดสัดส่วนของร่างกาย ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน จึงทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อเยอะขึ้น รวมไปถึงมีร่างกายที่แข็งแรง และสุขภาพดีตามไปอีกด้วยค่ะ หลายๆ คนมีปัญหาต้นขาใหญ่ แต่ร่างกายส่วนอื่นๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่สมส่วนปกติ ดังนั้นคุณควรหาวิธีออกกำลังกายที่เน้นการลดต้นขาให้เล็กลง ร่วมกับการออกกำลังกายปกติด้วย วันนี้เรามีท่าออกกำลังกายเพื่อลดต้นขามาฝากกันค่ะ

ท่าที่ 1 ให้คุณนอนหงายราบกับพื้น และเหยียดขาทั้งสองข้างให้ตรงและตึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็ค่อยๆ ยกขาทีละข้างขึ้นในกลางอากาศ แล้วนับ 15-30 และสลับข้างกันทำ หรือจะยกขาทั้ง 2 ข้างไว้กลางอากาศเลยก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไหว ทำอย่างนี้ประมาณ 3 ครั้ง หรือสามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้เมื่อร่างกายเกิดความเคยชินกับการออกกำลังกายท่านี้แล้ว

ท่าที่ 2 ให้นอนหงาย แล้วยกขาทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งสะโพกขึ้นใช้มือทั้งสองข้างช่วยยันสะโพกไว้ จากนั้นทำท่าปั่นจักรยานกลางอากาศประมาณ 200 ครั้ง หรือประมาณ 15-30 นาที ค่อยๆ เพิ่มความนานขึ้นเรื่อยๆ ท่านี้ก็จะช่วยลดต้นขาให้คุณได้ค่ะ

สิ่งสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อลดสัดส่วน โดยเฉพาะต้นขานั้น ก็คืออย่าหักโหม และใช้ท่าบริหารหนักๆ ในช่วงแรกของการออกกำลังกาย คุณควรการทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ หรือทำเป็นประจำทุกวัน และเพิ่มจำนวนการนับตัวเลขให้มากขึ้นหรือเพิ่มความนานขึ้นของการออกกำลังกายแต่ละท่า เมื่อร่างกายเกิดความชำนาญหรือเคยชิน ยิ่งทำได้มากคุณก็จะยิ่งเป็นผลดีกับตัวคุณค่ะ

การลดต้นขาด้วยท่าย่อเข่า

การย่อเข่าทำให้รู้สึกถึงการตึงและเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อที่ขาและต้นขา รวมไปถึงสะโพกด้วย ดังนั้นการย่อเข่าจึงสามารถช่วยในการกำจัดไขมันส่วนเกินที่บริเวณดังกล่าวและช่วยลดต้นขาลงได้ รวมถึงช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่บริเวณต้นขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากอีกด้วย ซึ่งการย่อเข่าให้ผลคล้ายๆ กับการออกกำลังกายด้วยท่าลุกนั่ง นั่นเองค่ะ

4,
การลดต้นขาด้วยท่าย่อเข่าต้องทำให้ถูกวิธีคุณถึงจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า โดยวิธีการที่ถูกต้องคือ ให้คุณยืนพร้อมกับแยกขาออก ให้ความกว้างของขาอยู่ระหว่างหัวไหล่ทั้งสองข้างของ จากนั้นให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยเท้าข้างใดข้างหนึ่งก็ได้ แล้วลดตัวย่อเข่าลงไปข้างหน้าประมาณ 90 องศา ย่อตัวลงให้หัวเข่าของขาหลังอยู่ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยพยายามให้คอและหลังเหยียดตรงตลอดเวลา แล้วทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ให้น้ำหนักตัวลงไปที่ส้นเท้าและหัวเข่า คุณอาจจะยกลูกเหล็กขนาด 5-10 ปอนด์ ไว้ตรงด้านข้างของลำตัว ระหว่างที่ออกกำลังกายในท่านี้ไปด้วยก็ได้ ควรบริหารต้นขาทั้งสองข้างด้วยท่านี้ประมาณข้างละ 30 ครั้ง โดยเริ่มทำทีละข้าง พักแล้วก็ให้เริ่มทำใหม่อีกข้าง

นอกจากนี้ การเดินก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณสาวๆ ลดต้นขาลงได้ เนื่องจากการเดินเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อขา จึงทำให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงและทำให้ไขมันบริเวณนั้นถูกเผาผลาญได้อย่างดี จึงทำให้ต้นขาของคุณเล็กลงและกระชับขึ้น ดูสวยงามยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

การลดต้นขาด้วยการขึ้น-ลงบันได

3

คุณผู้หญิงที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่อยากแก้ปัญหาต้นขาใหญ่ ให้คุณลองสวมรองเท้าส้นสูงแล้วเดินขึ้น-ลงบันไดดูซิคะ เพราะนี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณลดต้นขาและมีขาที่เรียวสวยได้ โดยให้คุณเริ่มจากการขึ้น-ลงบันไดเพียง 1 ชั้นก่อน แล้วสลับกับการเดินบนพื้นราบ ควรเกาะราวบันไดในขณะที่เดินในช่วงแรกๆ เมื่อคุณเริ่มชำนาญและชินแล้ว จึงปล่อยมือจากการจับราวบันไดได้ ถ้าร่างกายไม่มีอาการผิดปกติใดๆ จึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนชั้นขึ้นเรื่อยๆ

สาวๆ รู้หรือไม่ว่าการขึ้นบันไดสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8-11 กิโลแคลอรี่ต่อการขึ้นบันไดในหนึ่งนาทีทีเดียวค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นการเผาผลาญพลังงานที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการออกกำลังกายทั่วไป ส่วนการลงบันไดนั้น คุณจะสามารถเผาผลาญพลังงานได้น้อยกว่าการขึ้นบันไดประมาณ 1 ใน 3 ของการขึ้นบันได เนื่องจากการเดินขึ้น-ลงบันได เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ จนถึงขนาดมีการแข่งขันการเดินขึ้น-ลงบันไดเป็นประจำทุกปี ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการออกกำลังกายและเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย สะดวกทุกที่ ทุกเวลา และสามารถทำได้เป็นประจำทุกวันอีกด้วย การเดินขึ้น-ลงบันไดเป็นการออกกำลังแบบแอโรบิค ที่ทำให้หัวใจแข็งแรง และยังทำให้กล้ามเนื้อต้นขา น่อง และสะโพกกระชับ แข็งแรงขึ้น แถมอาการปวดข้อยังน้อยกว่าการวิ่งอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกด้วยว่า การขึ้น-ลงบันไดเฉลี่ยวันละ 2 ชั้นสามารถลดน้ำหนักได้ 2.7 กิโลกรัมในเวลา 1 ปี และมีหลักฐานยืนยันว่าการเดินขึ้น-ลงบันไดสามารถเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกได้ในผู้หญิงช่วงวัยหมดประจำเดือน อีกทั้งสามารถลดปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกาย และเพิ่มปริมาณไขมันชนิดดีได้ให้กับร่างกายได้อีกด้วย

การลดต้นขาด้วยการขจัดเซลลูไลท์

เซลลูไลท์ ที่สาวๆ หลายคนรู้จักและกลัวเป็นอย่างมากนั้น คือ เซลล์ก้อนไขมันขนาดใหญ่ ที่อัดกันหนาแน่นอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นนูนขึ้นมาเป็นตะปุ่มตะป่ำ เรียกว่า เซลลูไลท์ หรือเรียกว่าผิวเปลือกส้มนั่นเองค่ะ ไขมันนี้จะพบได้ทั้งคนผอมและคนอ้วน แต่มักพบในผู้หญิงมากกกว่าผู้ชาย ซึ่งร่างกายจะสะสมเซลลูไลท์ไว้ที่บริเวณใต้ท้องแขน หน้าท้อง ต้นขา และสะโพก ค่ะ วันนี้เรามีคำแนะนำในนวดสลายเซลลูไลท์เพื่อให้ผิวบริเวณดังกล่าวเล็กลงและเรียบเนียนขึ้นมาฝากกันค่ะ

2

คุณรู้หรือไม่ว่าการนวดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดต้นขาให้คุณได้ โดยการนวดที่จะทำให้ต้นขาเล็กลงนั้น ให้คุณนวดเป็นวงกลมเบาๆ ให้ทั่วบริเวณขาของคุณเป็นเวลา 15-30 นาทีทุกวัน เพื่อเป็นการขจัดเซลลูไลท์ให้ออกไปจากต้นขาของคุณเพียงเท่านี้ก็จะทำให้ต้นขาของคุณเล็กลงได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเห็นความแตกต่างของต้นขาที่ลดลงได้อย่างช้าๆ ไม่เท่ากับการออกกำลังกายเฉพาะส่วน แต่การนวดเพื่อขจัดเซลลูไลท์ลดต้นขาก็เป็นวิธีการช่วยเสริมวิธีการออกกำลังกายในเบื้องต้นได้นะคะ นอกจากการนวดจะช่วยลดต้นขาให้เล็กลงได้แล้ว การนวดต้นขานั้นยังสามารถทำให้เซลลูไลท์บริเวณต้นขาน้อยลงอีกด้วย เพราะการนวดนั้นเป็นการขับไล่สารพิษที่สะสมอยู่ออกไปจากร่างกายได้ จึงทำให้เซลลูไลท์ที่ผิวบริเวณนั้นมีขนาดเล็กลงตามไปด้วยนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายวิธีในการลดเซลลูไลท์ ไม่ว่าจะเป็นการลดบริโภคไขมันและน้ำตาล ดื่มน้ำให้เพียงพอกับร่างกาย หรือการใช้วิธีดีท็อกซ์ ทั้งอบไอน้ำ ซาวน่า ก็ช่วยขจัดเซลลูไลท์หรือไขมันส่วนเกินได้เช่นกันค่ะ

การลดต้นขาด้วยการกระโดดเชือก

คุณรู้หรือไม่ว่าการกระโดดเชือกติดต่อกัน 15 นาที เท่ากับการวิ่งจ๊อกกิ้งนานถึง 30 นาทีเชียวค่ะ นอกจากนี้เหล่าเทรนเนอร์ของดาราดังทั้งหลาย ก็แนะนำให้ดาราสาวที่มีน้ำหนักเริ่มจะเกินมาตรฐาน ให้รีบฟิตหุ่นด้วยการกระโดดเชือกทุกเช้าและเย็น เพื่อเป็นการลดน้ำหนัก เนื่องจากการกระโดดเชือกเป็นการเร่งกระบวนการเผาผลาญของไขมันให้ทำงานดีขึ้นและกระชับสัดส่วนแขนขาได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

Woman skipping rope in urban plaza

Woman skipping rope in urban plaza

การกระโดดเชือกให้ถูกวิธี ควรเริ่มตั้งแต่การเลือกเชือกที่นำมาใช้ในการกระโดด ให้คุณซื้อเชือกกระโดดที่ทำจากพลาสติก PVC เส้นเล็กๆ และหลีกเลี่ยงเชือกที่เป็นผ้าหรือเชือกที่มีการถ่วงน้ำหนัก ทั้งแบบที่เป็นท่อยาง และแบบที่ถ่วงน้ำหนักที่ด้ามจับ จากนั้นก็ปรับความยาวของเชือกให้พอดีกับส่วนสูงของตัวเอง โดยจะวัดความยาวของเชือกที่เหมาะสม ได้จาก ให้คุณยืนแล้วใช้เท้าเหยียบไว้ที่กึ่งกลางเชือก ดึงเชือกขึ้นมาให้ปลายด้ามจับต้องเสมอกับรักแร้พอดี  ดังนั้นจึงต้องเลือกซื้อเชือกที่ยาวๆ ไว้ก่อน เพราะสามารถตัดให้สั้นลงได้หากเชือกมีความยาวเกินไป

การลดต้นขาด้วยการกระโดดเชือกที่ถูกต้อง จะช่วยลดแรงกระแทกและไม่เกิดอันตรายต่อเข่า การกระโดดเชือกที่ถูกวิธี จะต้องกระโดดเพียงแค่ต่ำๆ ให้เท้าสูงจากพื้นไม่เกิน 1-2 นิ้วก็พอค่ะ โดยที่จะ ใช้กล้ามเนื้อน่อง และข้อเท้า รวมถึงการงอเข่าเล็กน้อยด้วย เพื่อช่วยในการลดแรงกระแทกลงได้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแรงกระแทกที่เกิดขึ้นนี้ยังน้อยกว่าการวิ่งอีกด้วย จึงไม่ทำให้มีอาการปวดหัวเข่า หรือปวดขา

เมื่อสาวอวบเลือกชุดแต่งงาน

10

ว่ากันว่างานที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่สาว ๆ จะต้องสวยให้สุดใจคืองานรับปริญญาและงานแต่งงาน โดยเฉพาะงานแต่งงานที่คุณซึ่งเป็นเจ้าสาวจะได้สวยโดดเด่นที่สุดในงาน ดังนั้นเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของเจ้าสาวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สาว ๆ ให้ความใส่ใจในการเลือกหา สำหรับสาว ๆ ที่หุ่นดีอยู่แล้วคงจะไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่นัก แต่สำหรับสาวอวบละจะเลือกชุดแต่งงานอย่างไรให้สวยและเหมาะกับตัวคุณที่สุด

ชุดแต่งงานของสาวอวบที่เราเห็นกันบ่อย ๆ มักจะเป็นชุดแต่งงานแขนยาว ๆ เพราะสาว ๆ เกิดอายท่องแขน ทั้งที่จริง ๆ แล้วการใช้ผ้าหรือลูกไม้คลุมแขนนั้นทำให้สาว ๆ ยิ่งดูอ้วนตันไปกันใหญ่ ดังนั้นลองเลือกชุดแต่งงานแบบเกาะอกมาใส่ดูแล้วคุณจะเห็นได้ชัดเลยว่ารูปร่างของคุณดูโปร่งขึ้น และอย่าลืมหาสร้อยคอสวย ๆ หรือผ้าคลุมผมมาติด เพื่อให้คุณดูโดดเด่นยิ่งขึ้น คอเสื้อก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน สาวอวบควรจะเลือกชุดคอกว้างเพื่อเสริมทรวดทรงให้ดูอวบอิ่ม และดูโปรงขึ้น ถ้าหากคุณไม่มั่นใจอาจจะลองหาผ้าลูกไม้โปร่งบางดูอ่อนนุ่มมาคลุมไหล่เมื่ออยู่กลางแจ้งก็ได้ค่ะ

นอกจากนี้ สาวอวบเช่นคุณหากต้องการเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองได้สวมใส่ชุดแต่งงานที่สวยตามสไตล์ของคุณ คุณสามารถสั่งตัดชุดแต่งงานในแบบตัวเองดีที่สุดค่ะ แต่ควรหลีกเลี่ยงชุดแต่งงานที่มีลักษณะของกระโปรงแบบฟูฟ่อง เพราะชุดแบบนี้มันจะยิ่งทำให้หุ่นของคุณยิ่งอ้วนมากขึ้นนั่นเอง