รู้ไว้! ตรวจภายในไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด

9

ผู้หญิงเรามีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ มากมาย หลังจากที่คลอดบุตรแล้ว ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น โรคภายในผู้หญิงเช่น มะเร็งปากมดลูก ช่องคลอดติดเชื้อรา เหล่านี้ล้วนสร้างความกังวลให้ผู้หญิงเราเหลือเกิน อีกทั้งการอั้นปัสสาวะนานๆ ก็มีส่วนทำให้ผู้หญิงเราต้องเข้ารับการตรวจภายในอีกด้วย และเมื่อพูดถึงเรื่องตรวจภายในแล้ว หลายคนมักกังวลอย่างมาก กลัวว่าการตรวจภายในจะมาพร้อมอาการเจ็บปวดต่างๆ และวันนี้แท้จริงการตรวจภายในจะทำให้คุณสาวๆ เจ็บอย่างที่คิดไว้ไหม เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเถอะค่ะ

สาว ๆ หลายคนไม่กล้าเข้าตรวจภายในเพราะกลัวอาการเจ็บ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ยังไม่เคยผ่านการร่วมเพศ ในความเป็นจริงนั้นการตรวจภายในอาจจะทำให้คุณรู้สึกเจ็บบ้างเล็กน้อยเนื่องจากต้องมีการใช้เครื่องมือช่วยขยายช่องคลอดเพื่อให้แพทย์สามารถคลำตรวจดูความผิดปรกติภายในช่องคลอดได้ อย่างไรก็ตามสาว ๆ ต้องยอมรับว่าการเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ช่างแสนจะเบาบาง หากเทียบกับโรคร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหากคุณไม่ได้ตรวจภายในเพื่อให้รักษาได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้สาว ๆ ยังสามารถให้ความร่วมมือกับคุณหมอเพื่อให้การตรวจใช้ระยะเวลาสั้นและเกิดอาการเจ็บน้อยที่สุด ด้วยการปล่อยตัวตามสบาย ไม่เกร็งหน้าท้อง เพราะหากเกร็งหน้าท้องจะทำให้แพทย์ยิ่งตรวจความผิดปรกติยาก และใช้เวลานานขึ้น และอาจจะทำให้คุณเกิดเจ็บปวดได้ด้วยค่ะ

เห็นไหมคะว่าการตรวจภายในนั้นไม่ใช่เรื่องหน้ากลัวอย่างที่เราคิดและมีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับสาวๆ ที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วคุณอาจจะไม่กังวลต่อการรู้สึกเจ็บเท่าใดนัก ดังนั้นหากแพทย์นัดให้คุณไปตรวจภายในแล้วละก็ไม่ควรหลีกเลี่ยงด้วยประการทั้งปวง และถึงแม้จะไม่มีใบนัดแพทย์ สาว ๆ ก็ควรตรวจภายในอย่างเป็นประจำทุกปีเพื่อจะได้รู้ว่าระบบสืบพันธุ์ของเรามีความผิดปรกติหรือไม่ หากมีความผิดปรกติขึ้นมาจะได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ

ตรวจภายใน… ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

8

โรคภัยไข้เจ็บนั้นสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ที่อวัยวะทุกส่วน หากโชคดีอาจจะเกิดขึ้นกับแขน ขา ซึ่งสามารถตรวจรักษาได้โดยง่าย แต่ก็ยังมีโรคอีกหลายชนิดที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเรา ซึ่งต้องอาศัยวิธีการตรวจที่แตกต่างกันออกไป บางโรคอาจจะตรวจวินิจฉัยได้ด้วยการเอ็กซ์เรย์หรืออัลตร้าซาวน์ แต่ถ้าหากเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบการสืบพันธุ์ของสาว ๆ ละก็ การตรวจภายในเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถบอกอาการของโรคได้แม่นยำ

แต่ถึงจะรู้ข้อดีของการตรวจภายในดี แต่สาว ๆ หลายคนกลับส่ายหน้าปฏิเสธการตรวจภายใน ซึ่งสาเหตุแรกมาจากความอายของผู้หญิงเรานั่นเอง อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมไทยของเรานั้นสอนให้เชื้อว่าจุดซ้อนเร้นเป็นของส่วนตัวไม่ควรเปิดเผยแก่ผู้อื่น หรืออาจจะเป็นเพราะสาว ๆ หลายคนยังมีสถานะโสดจึง ไม่คุ้นเคยหากคนอื่นจะมาสัมผัสกับความเป็นสาว ๆ

แต่เอาเข้าจริงแล้ว บุคลากรทางการแพทย์เองก็มีจรรยาบรรณในการตรวจภายในอยู่แล้ว อีกทั้งห้องตรวจภายในของทุกสถานพยาบาลนั้นยังมีความเป็นส่วนตัว มีเพียงแพทย์และพยาบาลในห้องตรวจเท่านั้น  ดังนั้นหากแพทย์นัดให้คุณไปตรวจภายใน คุณต้องเตรียมใจให้พร้อมว่าการตรวจภายในนั้นเป็นไปเพื่อการตรวจและวินิจฉัยโรค ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการทางการแพทย์ แต่หากไม่สบายใจจริง ๆ อาจจะลองปรึกษากับแพทย์ดูว่าสามารถเลือกแพทย์ที่เป็นผู้หญิงด้วยกันตรวจได้หรือไม่

อีกประการหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงเราไม่กล้าที่จะตรวจภายใน เนื่องจากกลัวความเจ็บระหว่างตรวจ แน่นอนว่าหากคุณเป็นผู้หญิงที่ยังไม่เคยผ่านการร่วมเพศมาก่อน ระหว่างการตรวจก็อาจจะมีการเจ็บบ้างเล็กน้อย เนื่องจากแพทย์ต้องสอดใส่เครื่องมือเข้าไปตรวจเชื้อภายใน ทั้งนี้ คุณควรจะทำใจยอมรับและปล่อยตัวตามสบาย อย่าเกร็งกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่เช่นนั้น ความกังวลอาจจะยิ่งทำให้การตรวจไม่มีความราบรื่นและอาจจะยิ่งทำให้คุณเจ็บมากขึ้นก็เป็นได้ ดังนั้น เร่งหาสาเหตุของเชื้อโรคดีกว่ามาปล่อยให้เกิดโรคภายในช่องคลอดขึ้นภายหลัง เมื่อถึงวันนั้นแล้ว คุณอาจจะยิ่งเจ็บปวดมากกว่าที่เป็นนี้ก็ได้นะ

การตรวจภายในไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะฉะนั้น คุณควรทำใจก่อนเข้ารับการตรวจโดยการปล่อยวาง ทำใจให้สบายๆ คิดว่าไม่มีอะไรที่ทำให้คุณเกิดการบาดเจ็บหรือมีอันตรายใดเกิดขึ้นตามมาแน่นอน เพียงแต่กระบวนการที่แพทย์ตรวจเช็คนั้นเพียงเพราะหาสาเหตุของโรคภายในเท่านั้นเอง เมื่ออาการเหล่านี้ผ่านไป คุณก็จะกลับมายิ้มแจ่มใสกับการอยู่อย่างไร้โรคภัยได้อย่างสบายใจแน่นอน

จุดซ่อนเร้นทำความสะอาดอย่างไรให้หายห่วง

7

เรื่องของจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงเรานั้นเป็นสิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าสาว ๆ นั้นย่อมต้องรักษาความสะอาดบริเวณจุดซ้อนเร้นกันเป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่าการรักษาความสะอาดมากเกินพอดีอาจจะทำให้เกิดเชื้อราในช่องคลอดได้ เพราะในช่องคลอดของเรานั้นมีแบคทีเรียที่เป็นมิตร ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อราและเชื้อโรคต่าง ๆ จากภายนอกเข้าไปล่วงล้ำช่องคลอดได้

หากคุณทำความสะอาดด้วยการสวนล้างช่องคลอด อาจจะทำให้แบคทีเรียในช่องคลอดตายไป และเกิดความไม่สมดุลในช่องคลอด จนเป็นเหตุให้เชื้อราและเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าไปเจริญเติบโตได้ อีกทั้งการใช้นิ้วสวนล้างในช่องคลอดยังอาจจะทำให้เชื้อโรคที่ติดอยู่บริเวณปลายเล็บเข้าไปในช่องคลอดอีกด้วย ดังนั้นสาว ๆ จึงควรใช้เพียงแค่น้ำเปล่าในการทำความสะอาดจุดซ้อนเร้น และควรทำความสะอาดเพียงภายนอกเท่านั้น

ทั้งนี้ นอกจากการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าแล้ว การดื่มน้ำให้มากๆ ระหว่างวันแม้อาจจะทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะบ่อยครั้ง แต่การปัสสาวะจะเป็นการช่วยล้างเชื้อราบริเวณปลายท่อปัสสาวะไม่ให้เกิดการรุกล้ำจนเกิดการติดเชื้อทางในเดินปัสสาวะได้อีกด้วย เพราะอย่างไรแล้ว การดื่มน้ำมากๆ ก็เป็นการช่วยล้างสิ่งสกปรกจากร่างกายภายในของเราอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น หันมาดื่มน้ำเข้าไว้พร้อมกับรักษาความสะอาดของจุดซ่อนเร้น ดูแลเรื่องการใส่ผ้าอนามัย แผ่นอนามัย อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจนเกิดกลิ่นเหม็นหรือเกิดการหมักหมมของแบคทีเรีย หมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยหรือแผ่นอนามัยเมื่อรู้สึกถึงความอับชื้น เพื่อสุขภาพจุดซ่อนเร้นของสาวๆ จะได้ปลอดภัยหายกังวลอย่างไรล่ะคะ

 

แผ่นอนามัยดีต่อจุดซ่อนเร้นจริงหรือ?

6

ผู้หญิงเราหลายคนนิยมใช้แผ่นอนามัยเพื่อซึมซับการตกขาวหรือปัสสาวะระหว่างวัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแผ่นอนามัยเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเชื้อราที่จุดซ้อนเร้นได้ เพราะแผ่นอนามัยเป็นสิ่งที่ขวางกั้นไม่ให้จุดซ้อนเร้นได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์จึงทำอาจเกิดการหมักหมมจนเกิดเชื้อราได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วแผ่นอนามัยไม่มีความจำเป็นต้องใช้เลย ดังนั้น หากคุณมีตกขาวที่มากจนไม่มั่นใจแนะนำให้เปลี่ยนกางเกงในระหว่างวัน หรือหากจำเป็นต้องใช้แผ่นอนามัยจริง ๆ ขอแนะนำให้เปลี่ยนแผ่นอนามัยสองถึงสามชิ้นต่อวันเพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมม

สำหรับการใช้ห้องน้ำคุณเองก็ควรต้องระวังเช่นกัน แม้ว่าหลายคนอาจจะไม่มั่นใจในการใช้ห้องน้ำสาธารณะเนื่องจากกลัวเชื้อราที่อาจจะเจริญเติบโตในบัวชำระ แต่นอกจากห้องน้ำสาธารณะแล้วห้องน้ำที่บ้านของเราก็อาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราที่พร้อมจะเดินทางเข้าสู่ช่องคลอดของเราได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการใช้อ่างอาบน้ำ การใช้บัวชำระ แม้กระทั่งฝักบัวอาบน้ำ ดังนั้นสาว ๆ ควรหมั่นทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ และเปิดประตูให้ห้องน้ำมีอากาศถ่ายเทเพื่อลดความเสี่ยงในการให้เชื้อราเข้าสู่ร่างกาย หากเราสามารถเฝ้าระวังสาเหตุของการเกิดเชื้อราในจุดซ่อนเร้นได้ รับรองว่าคุณกับเชื้อราหย่าขาดจากกันแน่นอนค่ะ

 

 

ปัญหานิ้วล็อกรับมือได้

5

อาการนิ้วล็อก หมายถึงอาการที่นิ้วไม่สามารถเหยียดได้ เพราะมีลักษณะเหมือนถูกล็อก อาการนี้เกิดขึ้นได้บ่อยสำหรับคนที่ต้องใช้มือจับสิ่งของหรืออุปกรณ์หนักๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรร้ายแรง เพียงแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีความรู้สึกเจ็บปวด ทำให้ใช้มือไม่ถนัดเหมือนเดิม ทั้งนี้ เราสามารถป้องกันและรักษาให้หายได้

และเมื่อสาว ๆ เป็นนิ้วล็อกแล้วก็สามารถดูแลตัวเองให้หายเร็วขึ้นโดย หากมีอาการข้อฝืด ขยับไม่ถนัด ควรอาจจะลองแช่น้ำอุ่นจัด แล้วหมั่นบริหารนิ้วมือด้วยการขยับมือกำและแบเบาๆ ในน้ำ ก็จะช่วยทำให้นิ้วมือเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น และหากจำเป็นต้องหิ้วของหนัก ๆ หรือจับของแข็ง ๆ ควรใช้ฟองน้ำหุ่มสิ่งของนั้นก่อนหยิบจับค่ะ

ดังนั้น เมื่อคุณมีอาการนิ้วล็อกก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ พยายามอย่าขยับนิ้วแล้วไปพบแพทย์ใกล้บ้าน แพทย์จะทำการวินิจฉัยตามอาการที่ปรากฏ  จากนั้นจะรักษาตามความรุนแรงของอาการที่เกิด หากความรุนแรงไม่มากแพทย์อาจจะให้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์เพื่อบรรเทาปวดและลดการอักเสบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการได้ดีหากคุณเพิ่งมีอาการนิ้วล็อกใหม่ ๆ  แต่หากไม่ได้ผลแพทย์อาจจะต้องเจาะรูที่ผิวหนังของคุณ แล้วใช้เครื่องมือเล็ก ๆ เข้าไปสะกิดพังผืดที่หนาตัวออกไป และสุดท้ายอาจจะต้องผ่าตัดสำหรับกรณีที่มีอาการหนักจริง ๆ

ส่วนวิธีในการป้องกันอาการนิ้วล็อกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่สาว ๆ ไม่ใช้อุปกรณ์ประเภทคอมพิวเตอร์หรือการใช้โทรศัพท์สมาท์โฟน แต่ท่าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรพักเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายเป็นช่วง ๆ นอกจากนี้ ยังไม่ควรใช้นิ้วเกี่ยวเพื่อยกของหนักเช่นถุงที่มีของน้ำหนักมาก ถังแก๊ซ เป็นต้น

อาการนิ้วล็อกนั้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ขึ้นชื่อว่าโรคภัยแล้วคงไม่มีใครอยากจะเป็น ดังนั้น มาดูแลตัวเองให้ดีก่อนที่เจ็บป่วยกันดีกว่านะคะสาว ๆ

 

บำบัดความเครียดด้วยการหัวเราะ

4

เพราะการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันมาพร้อมภาระของงานที่ต้องรับผิดชอบหลากหลาย ทุกสิ่งอย่างที่รัดตัวเรากลายเป็นปัญหาที่เราต้องแบกรับไปหมด ทำให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้น วิธีของการแก้ความเครียดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณจำเป็นต้องศึกษาเอาไว้ และการหัวเราะก็ถือเป็นการบำบัดความเครียดสะสมได้เป็นอย่างดี หลายคนจึงควรหันมาหัวเราะเพื่อบำบัดจิตใจให้ผ่อนคลาย ปล่อยวางจากความเครียดทั้งหลายบ้าง

หัวเราะให้ผลดีต่อสุขภาพอย่างไร

เมื่อใดที่เราหัวเราะเมื่อนั้นเสียงแห่งความสุขจะถูกเปล่งออกมา ทำให้เซลล์ทุกส่วนของร่างกายได้รับความชุ่มชื้น เต็มไปด้วยความสุข เบาสบาย หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า สารแห่งความสุขหรือสารเอ็นดอร์ฟินนั่นเอง สารเหล่านี้เมื่อร่างกายผลิตขึ้นมาแล้วมันจะมีผลดีต่อสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว โดยสามารถช่วยระงับความเจ็บปวดได้ เนื่องจากมีผลการวิจัยออกมาชี้แจงว่า หากเราหัวเราะนานต่อเนื่องได้ 10 นาที จะสามารถช่วยบำบัดความเครียด สร้างความผ่อนคลายได้นานถึง 2 ชั่วโมง และหากหัวเราะ 5 นาที สารแห่งความสุขก็หลั่งไหลออกมาพอๆ กับการที่เราออกกำลังกายเป็นระยะเวลาครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว

เสียงหัวเราะทำให้ระดับเม็ดเลือดขาวในร่างกายเพิ่มขึ้น เพราะเม็ดเลือดขาวเหมือนทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจตรา ดักจับสิ่งแปลกปลอมหรือต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายไปพร้อมกัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระดับภูมิต้านทานในร่างกาย เมื่อร่างกายของเรามีระดับภูมิต้านทานที่แข็งแรงมากขึ้น โอกาสที่เราจะจะเจ็บป่วยก็จะห่างไกลตัวเรามากขึ้น

ใครที่อยากสุขภาพดี แข็งแรง ห่างไกลจากความเจ็บป่วยต่างๆ ทราบแล้วใช่มั้ยคะว่าการหัวเราะช่วยคุณได้ เพราะฉะนั้น มาหัวเราะกันเถอะค่ะ แล้วคุณจะสัมผัสถึงพลังแห่งความสุขอย่างเอมอิ่มล้นใจทีเดียว

 

สร้างความสุขให้ชีวิตด้วยการหัวเราะ

3

ว่ากันว่าการหัวเราะนั้นเป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่ง เพราะเวลาที่เราหัวเราะนั้น ร่างกายของเราจะผลิตสารเอนดอร์ฟิน (Endorphin) ที่หลายคนรู้จักกันดีว่าเป็นสารแห่งความสุข เอนดอร์ฟินนี้จะช่วยทำให้เราอารมณ์ดี มีความสุข ซึ่งจะให้สุขภาพกายของเราดีขึ้นด้วย ทั้งระบบหายใจ ระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ระบบไหลเวียนโลหิต ผิวพรรณ ระบบสืบพันธุ์ ดังนั้นการบำบัดด้วยการหัวเราะ จึงเป็นกระบวนการที่ช่วยให้เราหัวเราะออกมานั่นเอง

สำหรับการบำบัดด้วยการหัวเราะก็มีหลายรูปแบบ ซึ่งแตกต่างกันออกไป สำหรับในประเทศไทยก็มีการคิดค้นวิธีบำบัดด้วยการหัวเราะขึ้น โดนศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นการรวมเอาการหัวเราะ การควบคุมลมหายใจและการบริหารร่างกายไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดผลดีแก่สุขภาพของเราแบบองค์รวมเลยทีเดียว

การฝึกหัวเราะด้วยเสียงต่าง ๆ กันที่จะช่วยอวัยวะภายในของร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวเกิดการบริหาร โดยเสียง”โอ” ทำให้กล้ามเนื้อท้องขยับ เสียง “อา” ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกขยับ เสียง “อู” ทำให้กล้ามเนื้อลำคอเปิด ส่วนเสียง”เอ” ช่วยบริหารใบหน้า ขั้นตอนในการหัวเราะแบบนี้เริ่มต้นหายใจเข้าลึกให้ท้องป่อง แล้วเปล่งเสียงเป็นจังหวะ เช่น เอ เอ เอ เอ… ยาว ๆ จนกว่าลมที่เก็บไว้จะหมด แล้วทำใหม่ โดยทำเซ็ตละ 3 ครั้ง และระหว่างที่เปล่งเสียงหัวเราะ ควรบริหารร่างกายไปด้วย โดยเมื่อเปล่งเสียง “โอ” ให้ย่ำเท้าอยู่กับที่สลับไปมา เสียง ”อา” ให้ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะแล้วโบกไปมา เสียง ”อู” ให้ส่ายเอวเป็นวงกลมเหมือนเล่นฮูลาฮูป ส่วนเสียง “เอ” ให้เล่งออกมาพร้อมหมุนไหล่

นอกจากนี้เรายังสามารถหัวเราะเพื่อทำการบำบัดอวัยวะแต่ละส่วนได้อีกด้วย เช่นการย่นจมูกแล้วส่งเสียงหัวเราะ “ฮึ ๆ” จะช่วยขับสิ่งสกปรกในโพลงจมูก เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคภูมิแพ้หรือไซนัส หรือจะเลือกลดความเครียดด้วยการปิดปากแล้วส่งเสียง “อึ ๆ” เพื่อให้เสียงดันขึ้นไปนวดสมอง ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายหายเครียด

ลองมาชวนคนรอบข้างหัวเราะกันวันละนิดรับรองว่าสุขภาพดีกันทั้งบ้านแน่นอนเลยค่ะ

 

3 สิ่งต้องห้ามเมื่อผู้หญิงอยากสวย

2 Beauty_soft

เรื่องความสวยความงามบางทีก็ต้องมาพร้อมกับข้อห้ามด้วยเช่นกัน เราไม่สามรถตกแต่งความงามได้แบบไร้ขีดจำกัดโดยไม่คำนึงว่าควรหลีกเลี่ยงปัจจัยใดบ้างหรือเปล่า เพราะหากเรามองข้ามเรื่องเหล่านี้ บางทีความงามเหล่านั้นอาจมีเบื้องหลังแอบแฝงซึ่งอาจมาพร้อมปัญหาสุขภาพ ซึ่งจะทำลายความงามของเราไปพร้อมกันได้ เพราะฉะนั้น มาดูกันนะคะว่าหากต้องการแต่งหน้าสวยๆ หรือเลือกใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าแล้ว เราควรมีกฏข้อห้ามกับตัวเองอย่างไรบ้าง

ห้ามแต่งหน้าขณะที่ยังไม่ได้ล้างหน้า

เนื่องจากขณะที่เรานอนหลับสภาพผิวหน้าของเราจะมีน้ำมันออกมาจากผิวหนังมากกว่าปกติ หากคุณตื่นมาแล้วไม่ยอมล้างหน้าแต่ลงมือแต่งหน้าไปเลยทันที สิ่งสกปรกที่ตกค้างตามรูขุมขนก็จะยิ่งอุดตันและทำให้เกิดการอักเสบจนทำให้กลายเป็นปัญหาสิวตามมาภายหลังได้ อย่างไรก็ตาม แม้คุณจะรักสวยแค่ไหนก็จงชำระล้างใบหน้าให้สะอาดหมดจดปราศจากสิ่งตกค้างก่อน เพื่อที่ใบหน้าจะได้บางเบา พร้อมแต่งแต้มเครื่องสำอางให้ติดทนอย่างยาวนานต่อไป

ห้ามใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่น

ถึงแม้จะสนิทสนมกับเพื่อนสาวแค่ไหน แต่การใช้เครื่องสำอางร่วมกันอาจจะทำให้คุณติดเชื้อโรค หรือรับเอาสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นจากใบหน้าของเพื่อนมาได้ โดยเฉพาะลิปกลอสซึ่งใช้พู่กันในหลอด เพราะส่วนที่เป็นพู่กันของลิปกลอสอาจจะสัมผัสเชื้อโรคที่ริมฝีปากหรือในน้ำลายของผู้ใช้ หากเรานำไปใช้ต่อในทันทีอาจจะทำให้ได้รับเชื้อโรคได้ ที่ต้องระวังอีกอย่างคือการทดลองแต่งหน้าตามเคาท์เตอร์เครื่องสำอางที่เราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าเครื่องสำอางที่พนักงานขายนำมาทดลองกับเราและแปรงแต่งหน้าที่สัมผัสใบหน้าเรานั้นมีเชื้อโรคหมักหมมหรือได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ดังนั้น หากสาว ๆ อยากจะไปทดลองก่อนเลือกซื้อเครื่องสำอางอาจจะใช้วิธีพกแปรงแต่งหน้าไปเองเพื่อความปลอดภัย หรือถ้าคุณใช้บริการช่างแต่งหน้าในงานแต่งงานหรือรับปริญญา อาจจะร้องขอให้ช่างแต่งหน้าทำความสะอาดแปรงก่อนแต่งหน้าคุณก็ได้ค่ะ

ห้ามใช้มาสคาร่าแบบต่อขนตาเมื่อใส่คอนแทกเลนส์

สาว ๆ สมัยนี้หลายคนนิยมใส่คอนแทกเลนส์ให้ตาดูกลมโต น่ารัก แต่รู้ไหมว่าการที่คุณใช้มาสคาร่าแบบต่อขนตาร่วมกับการใส่คอนแทกเลนส์อาจจะก่ออันตรายให้ดวงตาคุณได้ เพราะไฟเบอร์ในมาสคาร่าอาจจะหลุดเข้าไปในตาจนเกิดการระคายเคือง ดังนั้น ใส่ใจซักนิดก่อนแต่งหน้ารับรองว่าคุณจะสวยและปลอดภัยแน่นอนค่ะ

รู้กฏข้อห้ามดีๆ แบบนี้แล้ว สาวๆ ควรนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนะคะ เพื่อใบหน้าของคุณจะได้มาพร้อมกับความสวยงามอย่างเนิ่นนานตลอดไป

 

เฟเชียลสครับสูตรลับถนอมผิวสวยที่คุณทำได้

1

สาว ๆ หลายคนคงจะคุ้นชินกับการใช้เฟเชียลสครับหรือผลิตภัณฑ์เพื่อหลุดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากผิวหน้า เพื่อให้ความกระจ่างใส ผิวดูเรียบเนียน และยังช่วยป้องกันการเกิดสิวเสี้ยนอุดตัน แต่สาว ๆ หลายคนก็ไม่สามารถใช้เฟเชียลสครับได้เนื่องจากผิวหน้าอ่อนบาง ระคายเคืองง่าย วันนี้เราเลยอยากจะชวนสาว ๆ มาทำสครับที่เหมาะกับทุกสภาพผิวเพราะทำจากสมุนไพรรอบตัวแถมยังปลอดสารเคมีอีกด้วยค่ะ

เลือกใช้วัตถุดิบอย่างไร

ขั้นตอนแรกในการทำใช้เฟเชียลสครับใช้เองคือการเลือกวัตถุดิบนั้นเอง สำหรับวัตถุดิบที่เราจะนำมาทำใช้เฟเชียลสครับนั้นสามารถหาได้จากพืชผักสมุนไพรรอบ ๆ บ้าน หรือในตู้เย็น และหากจะให้ดีต้องเป็นพืชผักผลไม้หรือสมุนไพรที่กากใย ซึ่งเป็นตัวที่จะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป อย่างเช่น มะขามเปียกและสับปะรดที่มีกากใยจำนวนมากที่จะช่วยหลุดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป และยังมีกรดผลไม้ที่ช่วยทำให้ผิวหน้าของคุณสดใส ดูขาวขึ้น แต่ก็ไม่เหมาะกับสาว ๆ ผิวแห้งเพราะจะทำให้ใบหน้ายิ่งแห้งและเกิดอาการระคายเคืองได้

Tip : สูตรสครับสำหรับสาวผิวแห้ง

ส่วนสาว ๆ ผิวแห้งอาจจะลองเลือกใช้ส้มเช้งที่มีกากใยจำนวนมาก แต่ไม่มีกรดแทน หรือจะเลือกใช้มะพร้าวขูดซึ่งมีน้ำมันให้ความชุ่มชื่นกับผิวหน้าก็ได้ คุณอาจจะเลือกใช้มะละกอที่ให้วิตามินสูงหรือแตงกวาช่วยให้ความชุ่มชื่นกับผิวหน้า หากคุณเลือกวัตถุดิบสำหรับสครับผิวหน้าที่มีกากใยสูง ก็สามารถใช้ขัดผิวหน้าได้เลย แต่ถ้าคุณเลือกวัตถุดิบที่มีผิวอ่อนนุ่มอย่างมะละกอ อาจจะใช้วิธีเพิ่มเม็ดบีดในใช้เฟเชียลสครับของคุณก็ได้ค่ะ